ประวัติสมาคมสตรีไทยดีเด่นแห่งชาติ

ในปัจจุบัน สตรีไทยมีบทบาทและได้รับการยอมรับในสังคมเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งประเทศไทยยังเป็นประเทศในลำดับต้นๆ ที่เปิดโอกาสให้สตรีได้มีสิทธิเข้า รับการเลือกตั้งได้ตั้งแต่ปี พุทธศักราช 2475 สตรีไทยตั้งแต่ครั้งอดีต ล้วนมีส่วนร่วมในการจารึกหน้าประวัติศาสตร์ ของประเทศไทยมาแล้วอย่างมากมาย ในยามศึกสงคราม ก็กล้าหาญไม่ยิ่งหย่อน กว่าบุรุษ ในยามประเทศชาติสงบร่มเย็นก็เป็นแม่ศรีเรือน ดูแลครอบครัว รักษาจา รีตประเพณีไทย สืบสานต่อเนื่องกันมาอย่างยาวนาน
ล่าสุด สตรีไทยก็ได้พิสูจน์ตนเองให้เป็นที่ประจักษ์ด้วยการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 28 นับเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย นั่นย่อมแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางความคิด และ การเปิดโอกาสนำไปสู่ความเท่าเทียม ซึ่งเป็นหลักพื้นฐานสากล ที่ทั่วโลกต่างให้การยอมรับ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานให้ วันที่ 1 สิงหาคมของทุกปี เป็นวันสตรีไทย และเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๔๖ ได้ทรงพระกรุณาโปรด เกล้าโปรดกระหม่อม ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ทรงเปิดงานวันสตรีไทย ณ อาคารใหม่สวนอัมพร พระราชวังดุสิต โดยมี นางเยาวเรศ ชินวัตร ซึ่งในขณะ นั้น ดำรงตำแหน่งประธานสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เป็นประธานดำเนินงานร่วมกับกระทรวง มหาดไทย ทรงพระราชทานพระราชดำรัสเนื่องในวันสตรีไทยว่า
สตรีไทยมีหน้าที่สำคัญเบื้องต้น 4 ประการ คือ
ประการแรก พึงทำหน้าที่ของ แม่ ให้สมบูรณ์ โดยทำให้ครอบครัวบังเกิดความรักและความอบอุ่น มีความเข้า ใจและไว้วางใจซึ่งกันและกัน แม่ควรเป็นที่ยึดมั่นของลูก เมื่อลูกเกิดปัญหาก็ช่วยแก้ไขด้วยความเมตตา และ สอนให้รู้จักดำเนินชีวิตในทางที่ถูกที่ควร ถ้าสตรีไทยทำเช่นนี้ได้ เด็กไทยก็จะเติบโตเป็นพลเมืองดี และช่วยป้อง กันปัญหาร้ายแรงต่างๆในสังคมได้
ประการที่สอง พึงทำหน้าที่ของ แม่บ้าน ให้ดี โดยทำให้บ้านมีความน่าอยู่ เป็นที่พักพิงอันอบอุ่นของสมาชิกใน ครอบครัว ช่วยเก็บออมและเพิ่มพูนทรัพย์สินให้ครอบครัว รวมทั้งให้ความช่วยเหลือแก่ชุมชนรอบข้างตามสม ควร
ประการที่สาม พึง รักษาเอกลักษณ์ของความเป็นสตรีไทย ผู้มีความนุ่มนวล อ่อนโยน สุภาพ เมตตา และยิ้ม แย้มแจ่มใส รวมทั้งธำรงรักษาศิลปวัฒนธรรมไทยอันละเอียดประณีต ให้เป็นที่ชื่นชมของนานาชาติตลอดไป
ประการที่สี่ พึง ฝึกฝนตนเอง ให้มีความรู้ความสามารถยิ่งขึ้น ขยัน และอดทน มีความประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย และรักษาความสามัคคีในหมู่คณะไว้ให้มั่นคง
*** หากสตรีไทยทุกคนตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ทั้ง 4 ประการนี้ได้ ก็จะส่งผลให้ครอบครัวไทย สังคมไทย และประเทศ ชาติมีความสุขความเจริญ นำไปสู่การพัฒนาด้านอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง และสตรีไทยจักเป็นที่ยกย่องชื่นชมของ สังคมโลกตลอดไป
จากกระแสพระราชดำรัสดังกล่าวของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงตระหนักถึงบทบาทและ หน้าที่ ตลอดจนความสำคัญของสตรีที่มีต่อครอบครัว สังคม และประเทศชาติ นางเยาวเรศ ชินวัตร ในตำ แหน่งประธานสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ ในขณะนั้น จึงได้จัดให้มีโครงการ “สตรีไทยดีเด่น” ขึ้นเป็นครั้งแรก ในปีพุทธศักราช 2547 เพื่อเชิดชูเกียรติสตรีไทยที่มีคุณสมบัติ ตามแนวพระราชดำรัส โดย ผ่านการคัดสรรจากทุกจังหวัดทั่วประเทศเพื่อเชิดชูเกียรติ ให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชน และถือเป็นภาระ หน้าที่ของประธานสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ ที่ได้จัดมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 – พ.ศ. 2554 มีสตรีที่ได้รับรางวัลแห่งเกียรติยศนี้ไปแล้วกว่าพันคน และสตรี ไทยดีเด่นที่ได้รับการคัดเลือกเหล่านี้ล้วนเป็นผู้ที่มีศักยภาพ มีความชำนาญจากหลากหลายสาขาอาชีพ อีก ทั้งยังเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในด้านต่างๆ จากแนวคิดดังกล่าว นางเยาวเรศ ชินวัตร จึงเห็นสมควรเชิญ
ค่าเหล่านี้ ที่พร้อมจะอุทิศตนให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม มาร่วมผนึกกำลัง เพื่อพัฒนา สร้างสรรค์ สิ่งที่เป็นประโยชน์และมีคุณค่าต่อสังคมและประเทศ ชาติ ภายใต้อุดมการณ์ที่เป็นหนึ่งเดียว จึงได้ริเริ่มดำเนินการก่อตั้ง “สมาคมสตรีไทยดีเด่นแห่งชาติ” พร้อมกับสตรีไทยดีเด่นที่มีอุดมการณ์เดียว กัน ขึ้นเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2555 เพื่อสนองกระแสพระราชดำรัส สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้
1. สนับสนุนกิจกรรมให้สตรีไทยทำหน้าที่ของสตรีไทยให้งามอย่างไทยเพื่อประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัว สังคม ประเทศชาติ สืบทอดตลอดไป
2. เป็นองค์กรประสานงาน สนับสนุน ผลักดันการดำเนินงานและกิจกรรมต่างๆ ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม ของสตรีไทยดีเด่นและสตรีไทยทั่วประเทศ
3. ร่วมมือกับองค์กรภาครัฐและเอกชน ในการดำเนินกิจกรรมสาธารณประโยชน์และกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ ต่อสังคมและประเทศชาติ
4. เสริมสร้างความรักความสามัคคี ระหว่างสมาชิกของสมาคม
5. ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามวัตถุประสงค์ของสมาคม
6. วัตถุประสงค์ทุกประการไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง
สมาคมสตรีไทยดีเด่นแห่งชาติ ยังจะทำหน้าที่ในการเป็นศูนย์กลางประสานงาน ตลอดจนริเริ่มและช่วย ผลักดันในการพัฒนากิจกรรมหรือแนวทางในการพัฒนาขับเคลื่อนสังคมอย่างสร้างสรรค์ ภายใต้อุดมการณ์ ที่เป็นหนึ่งเดียวและมีความพร้อมที่จะทำงานร่วมกันโดยนำความคิดเห็นจาก ทุกภาคส่วน ทั้งจากเครือข่ายภาคี และสตรีไทยทั่วประเทศ

ด้วยอุดมการณ์ที่มุ่งมั่น และความรับผิดชอบต่อโครงการที่ริเริ่มไว้ของนางเยาวเรศ ชินวัตร รวมทั้งพลัง ของเหล่าสตรีไทยดีเด่น จากทุกภูมิภาคทั่วประเทศย่อมเป็นพลังขับเคลื่อนอันยิ่งใหญ่ให้สมาคมสตรีไทยดีเด่น แห่งชาติ เป็นองค์การที่จะก่อให้เกิดประโยชน์คุณูปการต่อมวลสตรี และคนไทยทั้งประเทศอย่างยั่งยืนตลอดไป